ผนึกกำลังญี่ปุ่น–อาเซียน ยกระดับวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัส ชูแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังบนโต๊ะอาหาร” มุ่งสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนในยุค Post-SDG
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะจิตวิทยา ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือญี่ปุ่น–อาเซียน จัดการประชุมสัมมนาวิชาการนานาชาติ SSBW Symposium ในหัวข้อ
“No One Left Behind at the Table: Food for Well-being in Post-SDG Agenda through Sensory Science in Japan and ASEAN” ณ ห้องจามจุรี Ballroom B ชั้น M โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ
การประชุมครั้งนี้รวบรวมนักวิจัย ผู้ปฏิบัติงาน และผู้กำหนดนโยบายจาก ญี่ปุ่น ไต้หวัน เวียดนาม สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศไทย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และ “คิดใหม่” ถึงบทบาทของอาหารในฐานะกลไกสำคัญในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน ในบริบทของโลกหลังเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Post-SDG Agenda)
การสัมมนามุ่งสะท้อนการพลิกโฉมมิติของอาหาร จากเพียงแหล่งโภชนาการ ไปสู่เครื่องมือสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมและคุณภาพชีวิตที่ดี
กุญแจสำคัญสู่ระบบอาหารที่เท่าเทียม
ศาสตราจารย์ ดร.สุวิมล กีรติพิบูล ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CHULA UNISEARCH) และแพลตฟอร์มวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัสเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน กล่าวเปิดงาน
เจาะลึก 3 มิติการขับเคลื่อนสังคม
ภายในงานมีการเสวนาที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบใน 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่:
Panel Session 1 – Evidence & Research:
มุ่งเน้นประเด็นวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัสกับการสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่ครอบคลุม โดยมี ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานการเสวนา อภิปรายถึงบทบาทของรสชาติ กลิ่น และความทรงจำที่มีต่อโภชนาการ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย
Panel Session 2 – Practice & Community Models:
เน้นการใช้อาหารเป็นฐานในการสร้างความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นของชุมชน ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.อาณดี นิติธรรมยง ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอโมเดลความยืดหยุ่นผ่านวัฒนธรรมการกินและการรับประทานอาหารร่วมกัน
Panel Session 3 – Policy Dialogue:
มุ่งยกระดับประเด็นอาหารสู่กรอบนโยบายสาธารณะ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสาธารณสุขระดับสากล เป็นประธานหารือแนวทางบูรณาการสุขภาวะทางอาหารเข้าสู่วาระด้านความเท่าเทียมในระดับนโยบาย
บทสรุปและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
โดยภาพรวม การประชุมมุ่งเน้นการสนทนาข้ามสาขาวิชา เพื่อสำรวจบทบาทของอาหารและวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัส ในการสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่ครอบคลุม เข้าถึงได้ และมีความหมาย ครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นด้านโภชนาการและการสูงวัย ไปจนถึงวัฒนธรรมอาหาร ความเข้มแข็งของชุมชน และการบูรณาการอาหารเข้ากับนโยบายสาธารณะ
การสัมมนาปิดท้ายด้วยการกล่าวสรุปโดย Prof. Nobuyuki Sakai, Ph.D. ภาควิชาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยโทโฮคุ ซึ่งได้ย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า “อาหารไม่ใช่เพียงแหล่งโภชนาการ แต่เป็นสื่อกลางที่ทรงพลังในการหล่อหลอมสุขภาพ ศักดิ์ศรี ความสัมพันธ์ทางสังคม และความเป็นอยู่ที่ดีของโลก” โดยทุกภาคส่วนเห็นพ้องถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัสให้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานวิจัย นโยบาย และชีวิตประจำวัน ภายใต้หลักการสำคัญว่า “ไม่ควรมีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังบนโต๊ะอาหาร”






















